สหรัฐเปลี่ยนใจยอมปลดล็อคหัวเหว่ย ขณะที่ผู้นำไอที 31 บริษัทร่วมเป็นพันธมิตรต้าน
สหรัฐสกัดหัวเหว่ยโดยการสั่งห้ามบริษัทชั้นนำด้านไอทีของสหรัฐเลิกทำธุรกรรมด้วย ทำให้ทุกคนคิดว่าสถานการณ์นี้น่าจะยาวนาน แต่ใครจะคิดว่าอยู่ ๆ สหรัฐเกิด “ยอมแพ้” ขึ้นมา โดยกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนใจยอมให้หัวเหว่ยร่วมมือกับบริษัทของสหรัฐในการทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรฐานเทคโนโลยี 5G

เป็นที่ชัดเจนว่า ท่าทีเช่นนี้ของสหรัฐช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาที่จัดให้หัวเหว่ยเป็นบริษัท”ต้องห้าม” นอกจากนี้ ตามที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลยอมรับว่า เทคโนโลยีการสื่อสารของอเมริกาอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “ชะงักงัน” ซึ่งเท่ากับยอมรับว่าอเมริกาไม่มีความสามารถและทรัพยากรเพียงพอที่จะแข่งขันกับหัวเหว่ย
เป็นที่ทราบกันดีว่า การกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากใครสามารถกำหนดมาตรฐานได้ก็สามารถที่จะสร้างผลกำไรได้นับพันล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว ดังนั้น ผู้ผลิตแต่ละรายจึงพยายามนำเอาสิทธิบัตรของตัวเองเป็นมาตรฐานทางการตลาด
ส่วนการที่สหรัฐยอมเปิดไฟเขียวให้กับหัวเหว่ยครั้งนี้นั้น ไม่เพียงแต่บ่งบอกว่า สหรัฐกำลังขาดแคลนเทคโนโลยี 5G เท่านั้น ยังแสดงให้เห็นว่า สงครามการค้าที่สหรัฐเป็นฝ่ายก่อขึ้นมานั้น ฝ่ายที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดกลับกลายเป็นธุรกิจของสหรัฐเอง

คำพังเพยของจีนกล่าวว่า “สุราที่เลิศรสไม่กลัวอยู่ซอยลึก” หัวเหว่ยก็เสมือนหนึ่งเป็นสุราเลิศรสที่ได้โดนัลด์ ทรัมป์ ช่วยป่าวประกาศ ประชาสัมพันธ์ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็น PR ล้ำค่าที่แม้มีเงินก็ทำไม่ได้ จนแม้แต่พันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐ อย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน รวมทั้งประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ต่างยินยอมให้หัวเหว่ยเข้าร่วมในการสร้างโครงข่าย 5G ของประเทศตนโดยไม่สนใจคำคัดค้านและการประคมข่าวของรัฐบาลสหรัฐที่ว่าหัวเหว่ยไม่มีความปลอดภัย และจากสัญญาที่หัวเหว่ยได้มาทั้งหมด 91 สัญญานั้น เกือบครึ่งมาจากยุโรป
เดิมทีสหรัฐคิดว่าการจับมือกับพันธมิตรเพื่อ ”รุมฆ่า” หัวเหว่ยนั้นน่าจะเป็นเรื่อง “หมูๆ” แต่กลับพบว่า หัวเหว่ยแข็งแกร่งเกินกว่าจะฆ่าได้ง่าย ๆ กลับกลายเป็นว่าธุรกิจด้านเทคโนโลยีในประเทศเสียอีกที่ได้รับความสูญเสียหนักกว่าจนสหรัฐต้อง “ยอมแพ้” เพราะถ้าหากยังคิด”รุมฆ่า” หัวเหว่ยต่อไป เทคโนโลยี 5G ของอเมริกาก็จะต้องถูกทิ้งให้รั้งท้ายจนยากจะตามโลกทัน เพราะคงคิดไม่ถึงว่าไม่เพียงแต่ฆ่าหัวเหว่ยไม่ตายแล้ว กลับสร้างความเข้มแข็งให้เสียอีก
ทีนี้หันมาดูกลุ่มบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีบ้าง เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทชั้นนำอย่าง Microsoft, Google, IBM, Cisco, Intel, Samsung, Qualcomm เป็นต้นรวม 31 บริษัทได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นพันธมิตรเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทใดบริษัทหนี่งผู้ขาดตลาด 5G
บริษัทเหล่านี้เข้าใจเล่นเหลือเกิน พวกเราทุกคนก็ทราบดีว่า บริษัทเหล่านี้ก็คือบริษัทที่ผูกขาดตลาดมาโดยตลาด แต่ตอนนี้เห็นว่าตัวเองไม่มีกำลังพอที่จะผูกขาดแล้ว เลยหันมาเล่นบทป้องกันการผูกขาด เนื่องจากเทคโนโลยีสู้หัวเหว่ยไม่ได้ เลยคิดรวมตัวกันโดยใช้การกำหนดมาตรฐานเทคโนโลยีเพื่อลดความได้เปรียบ แท้จริงแล้วคือ ยอมแพ้ไม่ได้และไม่มีจรรยาบรรณวิชาชีพ เพราะเมื่ออยู่ในฐานะได้เปรียบก็ผูกขาดเสียเอง นี่ก็คือระบบ “สองมาตรฐาน” ของตะวันตก
Neil McRae – Chief Architect ของ BT Group แห่งอังกฤษเคยกล่าวไว้ว่า:
“ปัจจุบันนี้ ซัพพลายเออร์ 5G ที่แท้จริงมีอยู่แค่รายเดียว นั่นคือ หัวเหว่ย”

