จีนปฏิเสธเปิดเส้นทางบิน โบอิ้งสุดทนจนต้องเลย์ออฟพนักงาน

หากยังจำกันได้ ช่วงที่ไวรัสโคโรน่ากำลังระบาดในจีนตั้งแต่ระยะต้น ๆ นั้น อเมริกาเป็นประเทศแรกที่รีบอพยพเจ้าหน้าที่อเมริกันที่ประจำในประเทศจีนกลับทันที พร้อมกับประกาศห้ามการบินเข้าออกเส้นทางจีน-อเมริกา ทั้ง ๆ ที่ขณะนั้นจีนเพิ่งมีผู้ติดเชื้อหลักพันคน แน่นอนว่า ถ้ามองด้วยสถานการณ์ในขณะนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก แต่ถ้าหากมองด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่อเมริกามีผู้ติดเชื้อสูงถึงเกือบสองล้านคน และผู้เสียชีวิตแสนกว่าคนแล้ว ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก

เป็นที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจการบินมีต้นทุนสูงมาก การหยุดบินนาน ๆ สำหรับสายการบินแล้ว มันคือลมหายใจที่อาจส่งผลถึงขั้นล้มละลายได้ ดังจะเห็นได้จากข่าวคราวเกี่ยวกับสายการบินต่าง ๆ ไม่ว่าประเภทโลว์คอสต์ หรือสายการบินขนาดใหญ่ทุนหนาต่างอยู่ในอาการโคม่า เพราะเครื่องบินต้องจอดแช่อยู่ที่สนามบินนับเดือน ๆ

ต่อคำร้องขอของทางอเมริกาที่เร่งให้จีนเปิดเส้นทางการบินกลับสู่ปกตินั้น ทางสำนักงานการบินพลเรือนของจีนได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้สายการบินอเมริกากลับมาบินเข้าจีน เพราะจีนยังคงดำเนินตามนโยบาย “51” จนถึงเดือนตุลาคม (51 คือ หนึ่งสายการบินในหนึ่งประเทศสามารถบินได้แค่หนึ่งเส้นทาง และในหนึ่งสัปดาห์บินได้แค่หนึ่งเที่ยวบิน) และขณะนี้เส้นทางบินระหว่างจีน-สหรัฐจึงมีแต่สายการบินจีนเท่านั้น ซึ่งก็คือ หนึ่งสายการบินจะบินได้แค่หนึ่งเส้นทางและสัปดาห์ละหนึ่งเที่ยวบิน

ด้วยท่าทีที่ยืนหยัดแข็งกร้าวของจีน ทำให้สหรัฐรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นออกอาการ “ข่มขู่” ว่า ถ้าจีนไม่ยอมเปิดเส้นทางบินกลับสู่ปกติ นักศึกษาจีนกว่า 400,000 คนในอเมริกาก็อย่าคิดจะได้กลับบ้านเลย

 Boeing CST-100 Starliner ยานลำเลียงที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ที่โบอิ้งพัฒนาร่วมกับ NASA ต้องประสบความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าหลังจากขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ 31 นาที

การที่เปิดหรือไม่เปิดเส้นทางบินกลับสู่ปกตินั้น คนที่ได้รับผลกระทับมากที่สุดคือใคร ไม่ต้องสงสัยว่าจะต้องเป็นผู้ผลิตเครื่องบินอย่างแน่นอน เช่น บริษัทโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ความจริงก่อนที่จะเกิดโควิด-19 นั้น โบอิ้งก็ต้องสูญเสียอย่างหนักจากกรณีของ “737Max” และยานอวกาศที่ร่วมมือกับ NASA ประสบความล้มเหลวระหว่างการทดสอบเมื่อปลายปี 2019  ยิ่งต้องมาเจอกับโควิด-19 ด้วยแล้ว กลายเป็นผีซ้ำด้ำพลอย จากที่เคยทำกำไรมหาศาลกลายเป็นขาดทุนจนแทบจะต้องขุดเนื้อ

คงเห็นว่าจีนยังไงก็คงไงก็ไม่ยอมเปิดเส้นทางบินแน่ เมื่อสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ทางโบอิ้งเลยประกาศปลดพนักงานออกไปประมาณ 5000 คน นอกจากปลดพนักงานในอเมริกาแล้ว ยังเริ่มปลดพนักงานในแคนาดาและออสเตรเลียอีก

แม้ว่า การปลดพนักงานของโบอิ้งจะเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ แต่ก็ไปโทษจีนไม่ได้ เนื่องจากจีนกว่าจะต่อสู้กับโควิด-19 จนสามารถ”เอาอยู่” ในวันนี้ จะยอมปล่อยให้ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อร่วม 2 ล้านคนเข้าสู่ประเทศแล้วระบาดระลอกใหม่ย่อมเป็นไปไม่ได้ หากแม้บริษัทโบอิ้งจะต้องล้มละลายไปก็คงโทษใครไม่ได้ นอกจากรัฐบาลอเมริกาเองที่จัดการกับการรับมือกับโควิด-19 อย่างไร้ประสิทธิภาพ