Google Chrome ลักไก่เก็บข้อมูลผู้ใช้แม้อยู่ในโหมดไม่ระบุตัวตน (incognito)

Spread the love

Chrome – บราวเซอร์ยอดนิยมที่ติดมากับโทรศัพท์ Android ทุกเครื่อง ตลอดจนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเกือบทุกเครื่อง หลายคนที่ใช้งานแต่ต้องการป้องกันความเป็นส่วนตัว จะเลือกใช้โหมดไม่ระบุตัวตน (incognito mode) โดย Google ระบุว่าหากเปิดใช้งานโหมดดังกล่าว ก็จะลบร่องรอยประวัติการท่องเว็บของเราทั้งหมด แต่แท้จริงแล้ว Google ยังคงแอบเก็บข้อมูลของผู้ใช้จนถูกจับได้ และกลายเป็นคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลเรียกร้องค่าเสียหาย 500 ล้านเหรียญ

การฟ้องร้องครั้งนี้รวมถึงข้อหาการแอบดักฟังและการละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยยื่นต่อศาลซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยระบุในคำฟ้องว่า ทาง Google ได้แอบเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ใช้งานผ่าน Google Analytics, Google Ad Manager และ plug-in คือ โหมดไม่ระบุตัวตน (incognito mode) ของ Google Chrome ทั้งเวอร์ชั่นเดสท็อปและมือถือ จาการรวบรวมข้อมูลดังกล่าว Google อาจมีข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ใช้ได้กระทำเมื่อใช้โหมดไม่ระบุตัวตน (incognito mode)

ในโหมดไม่ระบุตัวตน (incognito mode) นั้น Google ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า ใครบ้างสามารถเห็นการท่องเว็บของคุณ ซึ่งในโหมดนี้จะไม่มีการบันทึกประวัติการท่องเว็บ คุกกี้ (cookies) ข้อมูลเว็บไซต์และข้อมูลต่าง ๆ ที่เรากรอกในแบบฟอร์มออนไลน์ และเมื่อปีที่แล้ว ทาง Google ก็ได้อัปเดทตัว Chrome เพื่อไม่ให้เว็บไซต์ตรวจสอบได้ว่า เรากำลังใช้งานโหมดไม่ระบุตัวตน (incognito mode) อยู่หรือไม่

ทาง Google ได้วางแผนที่จะต่อสู้ในประเด็นว่า ทางบริษัทได้ระบุอย่างชัดเจนในหน้าช่วยเหลือ (support page) แล้วว่า private browsing mode จะไม่มีการปิดซ่อนข้อมูลกับเว็บไซต์ที่เราไปเยี่ยมชม

***ตกลง โหมดไม่ระบุตัวตน (incognito mode) มีไว้ทำไม ในเมื่อมันไม่สามารถปิดซ่อมข้อมูลความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้เลย สรุปแล้วเป็นความผิดของผู้ใช้เองที่ไม่ยอมอ่านรายละเอียดเองหรือเพราะ Google ให้ข้อมูลกำกวม***