เทียนเวิ่น-1 (Tianwen-1) ยานสำรวจดาวอังคารกับภารกิจที่ท้าทาย

Spread the love

ยานสำรวจดาวอังคาร เทียนเวิ่น-1 (Tianwen-1หรือ TW-1) ของจีนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยจรวจลองมาร์ช-5 (Long March 5) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม และสามารถเข้าสู่วงโคจรที่กำนหนดไว้อย่างไร้อุปสรรค การส่งยานสำรวจไปดาวอังคารนี้จีนมีวัตถุประสงค์อะไร ทำไมถึงเป็นเทียนเวิ่น และจีนมีความมุ่งมั่นกับการสำรวจดาวอังคารนี้อย่างไร

ชื่อนี้ได้แต่ใดมา

ชื่อ”เทียนเวิ่น” หรือ 天问 ในภาษาจีน มาจากบทกวีในชื่อเดียวกันของชวีหยวน (屈原)ในยุคชุนชิว (ชวีหยวนหรือบุคคลที่พวกเรารู้จักกันกับที่มาของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง) เพื่อแสดงถึงความกระตือรือร้นและความพยายามที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงของชนชาติจีนในการสำรวจธรรมชาติและไขความลับจักรวาลอันเป็นวัฒนธรรมที่ตกทอดกันมา

การปล่อยจรวดลองมาร์ช-5 (Long March 5) ที่ฐานปล่อยจรวดเหวินชางบนเกาะไหหลำ

การสำรวจดาวอังคารครั้งที่ 2

ความจริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนส่งยานไปสำรวจดาวอังคาร เมื่อย้อนกลับไปปี 2011 จีนเคยส่งยานที่เรียกว่า “หยิงหั่ว (Yinghuo-1)” หรือแสงหิ่งห้อย โดยไปกับยาน Fobos-Grunt ของรัสเซีย แต่ยานของรัสเซียนี้ไปไม่ถึงดวงดาวเนื่องจากไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรได้ แต่หลังจากที่จีนประสบความสำเร็จในการส่งยาน “ฉางเอ๋อ-4” ไปลงด้านที่มืดของดวงจันทร์ได้สำเร็จเมื่อเดือนมกราคม 2019 จึงตัดสินใจส่งยานสำรวจดาวอังคารเอง

เทียนเวิ่น-1 ได้รับภารกิจที่ท้าทายยิ่ง ไม่เพียงแต่จะส่งยานขึ้นโคจรสำรวจดาวอังคารเท่านั้น ยังส่งยานสำเร็จลงพื้นผิวดาวอังคารเพื่อเก็บข้อมูลและสำรวจพื้นผิวของดาวอังคารด้วย จากกำหนดการนั้น เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 ก็จะเข้าสู่วงโคจรของดาวอังคาร และจุดที่จะลงสู่พื้นผิวคือบริเวณที่ราบ Utopia Planitia

ยานสำรวจที่ลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร

ภารกิจของยานสำรวจ

ภารกิจของเทียนเวิ่น-1 ครั้งนี้เป็นภารกิจแบบเบ็ตเสร็จ คือ โคจร-ลงสู่พื้น-สำรวจ ซึ่งเป็นภารกิจที่ท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อยานเทียนเวิ่น-1 ไปถึงดาวอังคารแล้วก็จะส่งยานสำรวจลงสู่พื้นเพื่อปฏิบัติภารกิจสำเร็จเป็นเวลาประมาณ 90 วัน นอกจากทำการสำรวจแล้ว ยังต้องส่งข้อมูลบนดาวอังคารกลับสู่โลกซึ่งอยู่ห่างกันหลายพันล้านกิโลเมตร เพื่อให้พวกเราได้เข้าใจเกี่ยวกับดาวอังคารได้ดียิ่งขึ้น

ที่สะดุดตาสำหรับยานสำรวจนี้ก็คือ เสาที่อยู่ด้านหน้าสองเสา  อุปกรณ์ทรงสี่เหลี่ยมที่อยู่บนเสาก็เปรียบสมองของยาน และกล่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ด้านบนก็คือ “ดวงตา” ของยาน พร้อมด้วยกล้องแบบพาโนรามาที่ตรวจจับสิ่งกีดขวางต่าง ๆ เพื่อให้ยานสามารถหลบหลีกได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังมีกล้อง Multispectral สำหรับการระบุแยกแยะองค์ประกอบของแร่ธาตุ ตัวยานยังมี “ปีก” ขนาดใหญ่สี่ปีก ซึ่งเป็นแผงโซล่าเซลล์สำหรับรับแสงอาทิตย์เพื่อเป็นพลังงานขับเคลื่อน พร้อมกันนั้นยังมีเรดาร์ตรวจจับสนามแม่เหล็กและวัดสภาพอากาศซึ่งสามารถตรวจจับได้ทุกทิศทาง

แต่สิ่งที่ท้าทายคือ การนำยานลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร เพราะเมื่อการปล่อยยานลงสู่พื้นผิวนั้นจะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวอังคารซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 8 นาที ซึ่งถือเป็นช่วง 8 นาทีแห่งความเป็นความตายอย่างที่อินเดียเคยส่งยาน “จันทรายาน” ไปดวงจันทร์และก็ประสบความล้มเหลวช่วงที่ส่งยานลงทำให้ตกกระแทกจนยานแตกเป็นเสี่ยง ๆ

สำหรับ ยานเทียนเวิ่น-1 ได้สร้าง Landing Platform เพื่อเป็นเครื่องนำส่งยานลงสู่พื้น เมื่อรวมน้ำหนักของ Landing Platform กับยานสำรวจแล้ว หนัก 1300 กก. Landing Platform มีบทบาทสำคัญมากในการนำยานลงสู่พื้นผิว เพราะในขั้นตอนการลงนั้น จะต้องปิดกั้นสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งหมด จึงต้องอาศัยความสามารถและความช่ำชองของ Landing Platform เป็นหลัก