หัวเหว่ยอาจอำลาธุรกิจโทรศัพท์มือถือ

Spread the love

แม้ว่าตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถือของหัวเหว่ยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนสามารถแซงอันดับสองอย่างไอโฟนและอันดับหนึ่งอย่างซัมซุงได้ก็ตาม แต่ด้วยการถูกขึ้นบัญชีดำจากรัฐบาลสหรัฐฯและมีการยกระดับความเข้มข้นต่อหัวเหว่ย จนหัวเหว่ยแทบจะหมดหนทางที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีสำคัญ โดยเฉพาะอย่างเช่น ชิปหน่วยประมวลผล แม้ว่าตัวเองจะออกแบบเองได้ก็ตาม แต่ในแง่ของการผลิตยังต้องพึ่งพา TSMC ผลิตให้

Kirin CPU

วันที่ 15 กันยายน นี้ก็จะเป็นเส้นตายที่รัฐบาลสหรัฐสั่งห้ามไม่ให้บริษัทต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีของสหรัฐฯในการผลิตซัพพลายของให้หัวเหว่ยอีกต่อไป ซึ่ง TSMC ก็เช่นกัน ก็จะส่งมอบ CPU Kirin 9000 ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยี 7 nm ใหม่ล่าสุดเป็นล็อตสุดท้ายในวันที่ 14 และทางหัวเหว่ยก็ออกมายอมรับว่า CPU Kirin 9000 ก็จะเป็นรุ่นสุดท้ายของ Kirin สำหรับหัวเหว่ย ซึ่งยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสามารถหาทางเลือกใหม่ได้ เพราะอุตสาหกรรมด้านเซมิคอนดักเตอร์ของจีนยังคงล้าหลังตะวันตกมาก โดยเฉพาะเครื่องที่ใช้ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีสูงสุดนั้น ผลิตที่เนเธอร์แลนด์ คือ ASML ที่เดียว ในราคาเครื่องละอย่างต่ำ 120 ล้านเหรียญ แต่ใช่ว่ามีเงินจะสามารถซื้อได้ เพราะจีนเองก็มีคำสั่งซื้อไปแล้วเกือบปี แต่ขณะนี้ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ โอกาสที่จะได้เครื่องมาจึงเหลือศูนย์

BOE ผู้ผลิตจอแบบต่าง ๆ ให้กับอุตสาหกรรมอิเลกทรอนิกส์ของจีน

เหตุที่ต้องซื้อเครื่องของ ASML นั้น เพราะปัจจุบันเป็นเครื่องที่ทันสมัยที่สุดที่สามารถผลิตด้วยเทคโนโลยี 7 nm และ 5 nm ในขณะที่เครื่องที่จีนสามารถผลิตนั้น อย่างดีที่สุดยังเป็น 14 nm ซึ่งถือว่ายังล้าหลังอีกหลายก้าว และการจะก้าวทัน ASML นั้นยิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะขาดแคลนทั้งความรู้และบุคลากร กว่าจะตามทันคงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี

ไม่เพียงแต่เรื่อง CPU เท่านั้น สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ หน้จอ OLED ก็อาจจะถูกสั่งห้ามซัพพลายให้กับหัวเหว่ยด้วย แม้ว่าปัจจุบันทางหัวเหว่ยจะใช้หน้าจอที่ผลิตจาก BOE Technology Group Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทจีนก็ตาม แต่เครื่องที่ใช้ผลิตซื้อมาจาก Canon Tokki ของญี่ปุ่น และใช้ชิปในการประมวลผลภาพของญี่ปุ่นและแม้จะคิดค้นโดยญี่ปุ่นก็ตาม แต่อเมริกาก็อ้างว่าเป็นการพัฒนาภายใต้กรอบเทคโนโลยีของสหรัฐ ดังนั้น อเมริกาจึงมีเหตุผลที่จะห้ามซัพพลายให้กับหัวเหว่ยเช่นกัน

จากผลกระทบทางห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่องนี้ นายกัวหมิงจี (郭明錤)นักวิเคราะห์ที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิกส์คาดการณ์ว่า การตัดซัพพลายเชนหลังจากวันที่ 15 กันยายนนี้ ย่อมจะส่งผลต่อหัวเหว่ยอย่างแน่นอน หากมองในทางที่ดีคือ เพียงส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของหัวเหว่ยหดตัวลง เนื่องจากโดยปกติแล้ว หัวเหว่ยจะต้องใช้ชิ้นส่วนที่ทันสมัยและดีกว่าของคู่แข่ง หากขาดสิ่งเหล่านี้ไป กำลังความสามารถในการแข่งขันก็จะถูกลดทอนลงไป และถ้ามองในทางร้ายก็คือ สถานการณ์นี้อาจบีบให้หัวเหว่ยต้องออกจากตลาดโทรศัพท์มือถือไปเลย แม้ว่า MediaTek จะออกมากล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าทางบริษัทได้ยื่นขอกับทางการสหรัฐเพื่ออนุญาตให้ทางบริษัทยังคงผลิต CPU ให้กับหัวเหว่ยได้อีกต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบ และหากแม้จะได้รับอนุญาตก็จะได้แค่ CPU ระดับกลางและล่างเท่านั้น