ถอดรหัส ทำไมทรัมป์จึงต้องการ “ยึดครอง” กรีนแลนด์ (Greenland)

Spread the love

ไม่น่าเชื่อว่าแนวคิดนี้จะเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 นี้ แต่สำหรับประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์แล้ว อะไรที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ก็เกิดขึ้นได้หมด ด้วยลูกบ้าของเขาที่ทำตัวเหมือนตัวเองเป็น CEO ของประเทศและของโลก จึงไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น เมื่ออยู่ ๆ เขาก็กล่าวว่า “ผมต้องการที่จะซื้อกรีนแลนด์” ทำให้เดนมาร์กซึ่งเป็นผู้ปกครองเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ถึงกับนั่งไม่ติด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีแห่งเดนมาร์ก เมตต์ เฟรเดอริกเซน(Mette Frederiksen)ต้องออกมาปฏิเสธว่า “ไม่ขาย เพราะกรีนแลนด์เป็นของชาวกรีนแลนด์เท่านั้น” ตอนแรกทรัมป์ยังไม่ยอมตายใจโดยบอกว่า “จะไปเยือนเดนมาร์เดือนกันยายนนี้ พร้อมกับเจรจาเรื่องนี้กับรัฐบาลเดนมาร์ก” ล่าสุดได้ข่าวว่าทรัมป์งอนซะแล้วและยกเลิกกำหนดการที่จะเดินทางไปแล้ว

นายกรัฐมนตรีแห่งเดนมาร์ก เมตต์ เฟรเดอริกเซน(Mette Frederiksen)
นายกรัฐมนตรีแห่งเดนมาร์ก เมตต์ เฟรเดอริกเซน(Mette Frederiksen)

เรื่องนี้ฟังดูเหมือนจะเป็นการพูดติดตลก ถ้าไม่ใช่ออกจากปากผู้นำอย่างโดนัล ทรัมป์ และไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าจะได้ยินเช่นนี้ในศตวรรษที่ 21 นี้ สมัยนี้ใครจะขายแผ่นดินของประเทศตัวเองให้กับประเทศอื่น ประเทศที่มีอริยะเขาไม่ทำกันหรือแม้แต่จะเอ่ย แต่โดนัล ทรัมป์กลับกล้าพูดออกมาอย่างไม่เกรงใจ

แล้วทำไมทรัมป์ถึงอยากซื้อกรีนแลนด์ อเมริกากำลังคิดอะไรอยู่ และสามารถซื้อสำเร็จหรือไม่

พูดถึงซื้อแผ่นดิน ความจริงแล้วอเมริกาก็ซื้อมาไม่น้อย ในปี 1867 อเมริกาเคยใช้เงินแค่ 7.2 ล้านเหรียญสหรัฐซื้ออลาสก้าที่มีเนื้อที่ทั้งหมด 1.718 ล้านตารางกิโลเมตรจากพระเจ้าซาร์ของรัสเซีย เพราะขณะนั้นรัสเซียกังวลว่าอังกฤษจะมาแย่งชิงเอาดินแดนนั้นไป เลยขายในราคาถูก ๆ ให้อเมริกา และถ้าย้อนหลังไปอีกหน่อย ในปี 1803 อเมริกาก็เคยซื้อหลุยเซียน่าที่มีเนื้อที่ 2.144 ล้านตารางกิโลเมตรจากฝรั่งเศลในราคา 15 ล้านเหรียญ หรือเฉลี่ย 3 เซ็นต์ต่อเอเคอร์ นอกจากนี้ยังเคยซื้อหมู่เกาะเวอร์จิ้นจากเดนมาร์ก สำหรับกรีนแลนด์นั้น ในปี 1946 ประธานาธิบดีทรูแมนเคยเสนอจะขอซื้อจากเดนมาร์กมาแล้ว เห็นหรือยังว่า แผ่นดินอเมริกามีพื้นที่เกือบ 4 ล้านตารางกิโลเมตรเป็นการซื้อมาจากประเทศอื่นทั้งสิ้น ดังนั้น การที่ทรัมป์เอ่ยปากขอซื้อกรีนแลนด์จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

แน่นอนว่า โลกในยุคปัจจุบันไม่มีประเทศไหนหรอกที่ยอมเฉือนดินแดนของตัวเองขายให้คนอื่น เพราะมันเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนของชนชาติ เป็นของประเมินค่าไม่ได้  ทุกประเทศจึงไม่มีใครยอมขายแผ่นดินตัวเอง มีแต่จะยอมสละเลือดเนื้อเพื่อปกปักรักษาไม่ยอมเสียแม้แต่ตารางนิ้วเดียว แต่การที่ทรัมป์เสนอขอซื้อกรีนแลนด์นั้น นอกจากเป็น “ธรรมเนียม” ปฏิบัติเช่นเดียวกับประธานาธิบดีคนก่อนๆแล้ว ยังถือเป็นแนวคิดลัทธิความเป็นเจ้าโลก และอเมริการต้องการที่จะขอบังคับซื้อ

กรีนแลนด์ เกาะใหญ่ที่สุดในโลกที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 7-8 หมื่นคน

การที่อเมริกาอันธพาลขอ”บังคับซื้อ”กรีนแลนด์นั้น มีเหตุผล 4 ประการด้วยกันคือ

1. เพื่อครอบครองทรัพยากรแถบขั้วโลกเหนือ

เนื่องจากภาวะโลกร้อน น้ำแข็งที่ปกคลุมขั้วโลกเหนือกำลังละลายอย่างต่อเนื่อง ทรัพยากรต่าง ๆ ที่อยู่ใต้พื้นดินไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน แร่ธาตุ และสินแร่หายากต่าง ๆ ที่มีอยู่มหาศาลจึงเป็นที่จับจ้องของประเทศรอบข้าง และในประเทศเหล่านี้ มีประเทศอเมริกาและรัสเซียเป็นสองประเทศยักษ์ใหญ่ที่ต้องการจะเข้าครอบครองมากที่สุด แต่รัสเซียมีข้อได้เปรียบคือ มีภูมิประเทศที่ติดกับขั้วโลกเหนือในแนวยาว อเมริกาจึงอยู่ในฐานะเสียเปรียบรัสเซีย แต่ถ้าสามารถซื้อกรีนแลนด์สำเร็จ นอกจากได้ทรัพยากรบนเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ยังสามารถที่จะแย่งชิงทรัพยากรในขั้วโลกได้ง่ายยิ่งขึ้น

2. เพื่อควบคุมเส้นทางเดินเรือขั้วโลกเหนือ

เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลายเนื่องจากภาวะโลกร้อน ขั้วโลกเหนือก็จะกลายเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญในอนาคตเนื่องจากจะช่วยย่นระยะทางในการเดินเรือและลดต้นทุนไปได้มากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน และก็ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกับข้อ 1 ที่รัสเซียอยู่ในฐานะได้เปรียบด้วยแนวชายฝั่งที่ยาวครอบคลุมถึงสองทวีป ดังนั้นด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของรัสเซีย จึงสามารถควบคุมเส้นทางเดินเรือได้อย่างเบ็ดเสร็จ และด้วยมูลค่าการค้าระหว่างยุโรปกับเอเชียมากกว่ามูลค่าการค้าระหว่างยุโรปกับอเมริกาอย่างเทียบกันไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ อเมริกาจะยอมอยู่เฉยเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ถ้าได้กรีนแลนด์มาอยู่ในมือ อเมริกาก็จะอยู่ระหว่างรัสเซียกับยุโรป ก็จะสามารถแย่งชิงอำนาจการควบคุมเส้นทางเดินเรือได้อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง

3. เพื่อปิดล้อมรัสเซีย

ทั้งอเมริกาและประเทศในยุโรปต่างมีความหวาดระแวงรัสเซียแต่ไหนแต่ไรมาอยู่แล้ว แม้แต่ยุคปัจจุบันรัสเซียก็สร้างแรงกดดันให้กับยุโรปและอเมริกาไม่น้อย สำหรับอเมริกาแล้ว การปิดล้อมรัสเซียทางการทหารเป็นสิ่งที่จะต้องทำแน่นอน ถ้าสามารถซื้อกรีนแลนด์ได้ อเมริกาก็สามารถติดตั้งขีปนาวุธบนนี้เท่าไรก็ได้เพื่อจ่อคอหอยรัสเซีย ขณะนี้อเมริกามีขีปนาวุธติดตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศสนธิสัญญา NATO และในเอเชียอยู่แล้ว เมื่อได้กรีนแลนด์ด้วยก็เท่ากับปิดล้อมรัสเซียถึงสามด้าน

4. เพื่อยกระดับอิทธิผลและอำนาจของตนในการควบคุมกลุ่ม NATO

แม้อเมริกาจะเคยกล่าวว่า อเมริกาจะถอนตัวออกจากกลุ่ม NATO แต่อย่าไปถือจริงถือจังกับคำพูดของทรัมป์ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่พูดเพียงเพื่อต้อนการให้ประเทศกลุ่ม NATO เพิ่มรายจ่ายทางการทหารมากขึ้น อย่าให้อเมริกาต้องควักกระเป๋าเป็นส่วนใหญ่ การบอกว่าจะออกจากกลุ่มเป็นเพียงแค่คำขู่เท่านั้น เพราะอเมริกากำลังเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มประเทศ NATO ด้วยการขยาย NATO ถึงละตินอเมริกา และเลขานุการ NATO ก็เพิ่งออกมาประกาศว่าจะยกระดับความร่วมมือกับญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เพื่อรับมือกับจีน เท่ากับขยายแผนการเป็น NATO ตะวันออก

เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าอเมริกาได้กรีนแลนด์มาสำเร็จ อเมริกาก็จะสามารถปักหลักในกรีนแลนด์ ก็จะยิ่งมีอำนาจการควบคุมต่อพันธมิตรกลุ่ม NATO สามารถที่จะกระชับความร่วมมือกับ NATO ได้ดียิ่งขึ้น อำนาจอิทธิพลของตนก็จะสูงขึ้น

Tweet ของ Donald Trump

แล้วคิดว่า อเมริกาจะซื้อกรีนแลนด์สำเร็จไหม

จะว่าไปแล้ว เมื่อทรัมป์กล้าเอ่ยปากออกมาเช่นนี้ แถม(ตอนแรก)ยังบอกว่า เดือนกันยายนนี้จะเดินทางไปเดนมาร์กเพื่อเจรจาการซื้อกรีนแลนด์ ก็แสดงว่าทรัมป์มีความมั่นใจเพราะมีไพ่อยู่ในมือ ไพ่ที่ว่าคืออะไรหรือ ถ้าซื้อไม่สำเร็จ ก็ชิงเอา การชิงที่ว่าไม่ใช่เอาปืนผาหน้าไม้ไปชิง หากแต่ใช้”การปฏิวัติสีสัน (color revolution)” ที่มักนำมาใช้กันในระยะหลังนี้ เช่นปฏิวัติดอกมะลิ ปฏิวัติร่ม รวมถึงความวุ่นวายในฮ่องกงขณะนี้

เนื่องจากกรีนแลนด์เป็นเขตปกครองพิเศษของเดนมาร์ก มีประชากรแค่ 7-8 หมื่นคน ถ้าอเมริกาจะจ่ายให้คนละแสนเพื่อให้ลงประชามติก็จะใช้เงินแค่ 7-8 พันล้านเหรียญ เมื่อลงประชามติแยกตัวเป็นอิสระจากเดนมาร์กแล้วลงประชามติขอรวมเข้ากับอเมริกาอีกที ก็จะกลายเป็นเขตปกครองพิเศษภายใต้การปกครองของอเมริกา เมื่อเป็นเช่นนี้ อเมริกาก็จะทำอะไรบนเกาะแห่งนี้ก็ได้

แม้ว่าเดนมาร์กจะเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกกลุ่ม NATO และการกระทำดังกล่าวก็ค่อนข้างจะเป็นเรื่องไร้คุณธรรมของอเมริกา ไม่ว่าอเมริกาจะทำหรือไม่ อย่างน้อยก็ถือว่ามีไพ่เหนือกว่า การที่ทรัมป์กล้าเอ่ยปากเช่นนี้ก็ถือเป็นการข่มขู่เดนมาร์กเพื่อให้ย่อมยกอธิปไตยบางส่วนของกรีนแลนด์ให้ อธิปไตยที่ว่านี้คือ ในทางนิตินัยแล้ว ยังคงเป็นของเดนมาร์ก แต่ในทางปฏิบัตินั้น อเมริกามีส่วนร่วมในการพัฒนาและใช้ทรัพกร

เรื่องนี้ฟังดูอาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อไร้สาระ แต่มันไม่เกินความจริงที่จะเป็นไปได้ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไป

ภาพจากอินเทอร์เน็ต